Special Single กี้ลอยฟ้า by Chamokung

posted on 18 Apr 2010 03:11 by chamokung

pramoolrecords วันนี้ ขอเสนอสุดยอดความระทึก!!

กับภารกิจหนีตายสุดตะลึง!! ท่านอาจจะโดนรุมทึ้งได้ถ้าเอาไปเปิดในที่ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง

อนึ่ง เพลงนี้ทำขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่ได้มีเจตนาใดแอบแฝง น๊ะจ๊ะ

ให้เสียงภาษาไทยโดย Chamokung
__________________________

พวกมันเจอที่ซ่อนเราแล้ว ไมค์กี้!! ทำไงดี!!

หน่วยคอมมานโดมันล้อมโรงแรมไว้หมดแล้ว!! ให้ตายสิ!!

ไมค์กี้ นายจะทำยังไงล่ะทีนี้...ทางออกโรงแรมถูกปิดไว้หมดแล้ว

ไม่เป็นไร ชั้นมีแผน...นายไปเอาพิมพ์เขียวโรงแรมมา

อะ...นี่!! พิมพ์เขียวๆ

หึหึ...วันนี้เราจะลอยฟ้ากัน...

พวกนายไม่ต้องกลัว ฉันได้ติดต่อไปยังสามเกลอให้ส่งคนมาช่วยเราแล้ว

เทพกี้ can fly เทพกี้ โรยตัวลง มา จากชั้นสาม เทพ กี้ลอยฟ้า

เทพเทือกบอกน้องกี้ครับระวังตัวให้ดี พี่จะส่งหน่วยฝีมือดีเข้ามาจับกุม

*commando commando commando oh ho oh ho

กำลังพลทั้งหมดก็แค่ 400 กว่านาย เคลื่อนกำลังพลเข้าไปหน่วยคอมมานโดสู้ตาย
ล้อมโรงแรมไว้อย่าให้ใครเข้ามาวุ่นวาย เคลียร์ที่เคลียร์ทางหมาซักตัวก็อย่าให้ผ่านเข้ามา

ฝั่งทางเสื้อแดงเองนั้นก็มิได้น้อยหน้า ส่งคนเข้ามาอื้อซ่าปาไป 500
บุกป่าฝ่าดงตีนตำรวจกระบองและโล่ หน่วยคอมมานโดตะลึงยืนเหมือนคนโง่

ปีนขึ้นไปช่วยพี่กี้พร้อมกับแกนนำ โดยไม่สนหน่วยคอมมานโดในชุดดำ
เปิดที่เปิดทางไว้ให้สื่อเข้ามาถ่ายทำ เพื่อเก็บภาพวีรกรรมนำไปลงหนังสือพิมพ์

*commando commando commando oh ho oh ho

พี่กี้ลอยฟ้าาาา อ๊ะ อ๊ะๆๆ อ๊า

พวกนายฟังนะ เราจะไปรอคนมารอรับที่ชั้นสามฝั่งระเบียงทางทิศตะวันตก
ตรงจุดนั้นเป็นจุดอับที่พวกตำรวจไม่สามารถเข้ามาได้เนื่องจากเป็นที่ทิ้งขยะเก่า
แถมมีหมาโครตดุคอยคุมเชิงอยู่ ซึ่งพวกตำรวจคงไม่คิดว่าเราจะหนีมาทางนี้แน่

และเมื่อเราไปถึงตรงนั้น เราจะได้บินกัน เชื่อผม...เพราะผมคือนักร้อง

(เสียงในข่าว)

**พี่กี้ลอยฟ้าาาา ลอยตัวลงมาสู่อ้อมอกคนเสื้อแดง
โล่มนุษย์ยืนล้อมใครหน้าไหนอย่ามาแยง

คอมมานโดทำอะไรครับถึงไม่เข้าไปจับกุม ปล่อยให้พี่กี้เหินฟ้าลงมาสู่กลุ่มผู้ชุมนุม
ได้แต่ยืนมองเอามือสองข้างนั้นกอกระดุม ภาษีประชาชนสงสัยจะใช้ไม่ได้คุ้ม

**พี่กี้ลอยฟ้าาาา

สุดท้ายพี่กี้นั้นก็ลอยนวล เดินโบกไม้โบกมือให้แฟนๆตามสมควร
เดินแถวกันมากับแฟนคลับเป็นขบวน เชิญชวนพี่น้องมาทำเป็นกระบวนการ

เสร็จกิจตรงนี้พี่กี้ขอลาจร จะรีบกลับไปนอนดูดนมเมียที่บ้าน
เมียสั่งเอาไว้ให้พี่กลับไปล้างจาน ปล่อยทิ้งไว้นานเดี๋ยวเมียจะตบเอา

**พี่กี้ลอยฟ้าาาา

กี้ลอยฟ้า กี้ลอยฟ้า

วู้ววว กูรอดแล้ว!

_________________________________________________

 

http://www.mediafire.com/?tymlgwzkegj  <<<<<< DOWNLOAD !!!

Chapter 1

posted on 08 Apr 2010 23:59 by chamokung  in My-Novel

Chapter 1

 

 

            คิมเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ด้วยเกรดปานกลาง  ไม่มากไม่น้อย  แต่ถือว่าเลวร้ายพอสมควรถ้าคิดจะไปสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัยกับคนอื่นๆทั่วประเทศซึ่งจบมาด้วยเกรดสวยหรูทั้งๆที่ส่วนใหญ่ก็รู้กันอยู่ว่าเป็นเกรดที่ไม่ได้มาตรฐาน  เพราะผ่านการช่วยเหลือจากครูบาอาจารย์(และผู้บริหาร)ผู้ซึ่งต้องการรักษาและยกระดับมาตรฐานของโรงเรียนในเรื่องค่าเฉลี่ยผลการเรียนของนักเรียนทั้งหมดที่จบออกไปในรุ่นนั้นๆ  เนื่องจากหน้าตาของโรงเรียนส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับตัวเลขจอมปลอมเหล่านี้เช่นกัน....

            ผู้ปกครองส่วนใหญ่รู้เรื่องเหล่านี้ดี....แต่ก็ทำเป็นมองข้าม  และพาลูกหลานเข้าไปรับการศึกษาจากสถาบันเหล่านี้  และกรอกหูบุตรหลานทุกวันว่า  ที่นี่ดีนะ ลูกต้องเรียนที่นี่นะ 

            ซึ่งก็เข้าทางสถานศึกษาที่ต้องการกอบโกยเม็ดเงินเข้ามาพัฒนาโรงเรียนให้ดูดียิ่งขึ้น  หรือที่เราเรียกกันว่า  ภาพลักษณ์  เมื่อโรงเรียนมีภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูดี  ดูหรูหรา  มีระดับ  มีอาคารหลังใหญ่สวยงามให้เห็นจากภายนอก  ผนวกกับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ตีค่าออกมาเป็นตัวเลขอันน่าชื่นชม....ผู้คนก็จะบอกต่อกันปากต่อปากไปว่าที่นี่น่าเรียน....สังคมดี  มีแต่ลูกคุณหนู  มีมาตรฐานทางวิชาการดี  แล้วก็เป็นที่แน่นอนว่า  คงไม่มีใครหน้าไหนอยากให้ลูกของตนเองต้องไปใช้ชีวิตในโรงเรียนที่มีมาตรฐานต่ำ  รับนักเรียนทุกระดับ  หรือพูดกันตรงๆก็คือ  ทุกชนชั้น  เช่นลูกกรรมกร  คนหาเช้ากินค่ำ  หรือใครหน้าไหนก็ตามแต่ที่พาบุตรหลานมาสมัครเรียน

 

            ....ทุกอย่างมันคือธุรกิจ....

 

            ในวันจบการศึกษา  นักเรียนทุกคนที่ผ่านหลักสูตรจะมารวมตัวกันเพื่อรอฟังผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวปัจฉิมนิเทศอันน่าเบื่อ....รับกระดาษหนึ่งใบซึ่งปรากฏชื่อของตนเองบนนั้น  และรอเวลาที่จะได้กลับบ้านไปเล่นเกม  เตะฟุตบอล  กินเลี้ยงฉลอง  ดูภาพยนตร์  มีเซ็กส์กับแฟน  หรือแม้กระทั่งเสพยา....

            มึงว่าไอ้หยิบมันจะพล่ามอีกนานไหมวะคิม    ด้วยความที่เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนรัฐบาลชื่อเสียงโด่งดังแต่กลับเกิดมามีปมด้อยบริเวณกล้ามเนื้อหนังตา....หรือในทางการแพทย์เรียกกันว่า   โรคTIC’   ส่งผลให้ตาของท่านผู้อำนวยการเกิดอาการที่เรียกกันตามภาษาปากว่า   ขยิบ   เมื่อนักเรียนเห็นผู้อำนวยการขยิบตาหนึ่งครั้ง นักเรียนก็จะส่งเสียงหัวเราะหนึ่งระลอก....

            มาสายแล้วยังจะพูดมากอีกไอ้ห่านี่

            เมื่อผู้อำนวยการขยิบตาทุกครั้งที่พูดหรืออ้าปากจะกล่าวอะไรสักอย่าง  นักเรียนจึงต่างพากันแต่งตั้งฉายาอันทรงเกียรติให้อย่างเป็นทางการคือ   ปากว่าตาขยิบ   แต่ส่วนใหญ่จะเรียกกันว่า   ไอ้หยิบ   เพราะง่ายต่อการเรียกขานและจดจำ....

            บอกตรงๆนะ....ถ้าแม่งไม่เกิดอาการหยิบ กูคงหลับไปแล้วว่ะ   บุ๊คคือเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของคิม….แต่ในมุมมองของคิมแล้ว  เขาคิดว่าจริงๆแล้วเพื่อนคนนี้ก็เพียงแค่สนใจในตัวตนของเขาเสียมากกว่า....   

            แต่กูชอบนะ แค่เจอหน้าแม่งกูก็ฮาแล้ว....เวลามันพูดทีกูก็รอดูตาแม่งกระตุก  ขำชิบหาย   เขาหัวเราะร่วน

            เออ....กูก็ว่างั้น   คิมตอบกลับไปห้วนๆ  พลางชำเลืองมองนาฬิกาข้อมือ   จะบ่ายสี่แล้วนี่หว่า….”

            มึงจะรีบไปไหนวะ   บุ๊คสงสัย   ยังไงวันนี้ก็ต้องกลับบ้านดึกอยู่ดี….นอกจากมึงจะไม่อยู่แดกหมูกระทะกับพวกในห้อง

            กูไม่แดก....อากูให้ไปช่วยงาน  กูต้องกลับบ้านก่อนหกโมงเย็น   เขาเริ่มคิ้วขมวดและอยู่ไม่นิ่ง   กว่าแม่งจะพูดเสร็จนี่คงล่อไปสี่โมงกว่า  แล้วไหนจะต้องรอเข้าคิวรับใบประกาศส้นตีนนั่นอีก....

            คิมเริ่มคำนวณเวลาทั้งหมดตามกำหนดการจากใบประกาศที่ทางโรงเรียนแจกให้   ถ้าดูตามนี้แล้วทุกอย่างน่าจะต้องจบก่อนห้าโมงครึ่ง....แต่ไอ้หยิบเสือกมาสายไปเกือบชั่วโมงเพราะรถยางแตก  แถมยังพล่ามเหตุการณ์ตอนยางแตกให้พวกกูฟังก่อนเริ่มปัจฉิมฯอีก....เสียเวลาชิบหาย

            เขาเริ่มตระหนักแล้วว่าถ้าไม่อยู่รอจนจบพิธีการ  ก็คงไม่ได้รับใบจบการศึกษาหรือที่เรียกกันย่อๆว่า ใบ ปพ.   จะกลับมาเอาวันหลังก็ไม่รู้ว่าวันไหน....คืนนี้ก็ต้องออกต่างจังหวัดแล้วด้วย

            ทำไงดีวะเหี้ยเอ๊ย!!”   คิมสบถค่อนข้างเสียงดังพอสมควร  ที่แย่กว่านั้นคือเป็นจังหวะที่ผู้อำนวยการเว้นช่วงการพูดพอดิบพอดี...เสียงของคิมจึงเป็นที่ได้ยินกันทั้งหอประชุม....

            ทุกสายตาจากทั้งครูบาอาจารย์และนักเรียนทุกคนต่างจับจ้องมาที่เด็กหนุ่มร่างผอมบางคนนี้....แตกต่างกันเพียงแค่ว่า พวกอาจารย์นั้นรู้สึกไม่พอใจ....ส่วนพวกนักเรียนนั้นรู้สึกขบขันและสมเพช....

            เสียงซุบซิบนินทาของบรรดานักเรียนค่อยๆทวีความดังยิ่งขึ้นเรื่อยๆ....บ้างชีมื้อชีไม้ใส่แล้วพูดจาส่อเสียดให้คนข้างๆฟัง  บ้างนั่งหัวเราะร่า  บ้างทำหน้าเหมือนกับตัวเองเจอกองขี้หมากองหนึ่ง...

            ….

            ไอ้นั่นแม่งบ้า

            ได้ข่าวว่ามันไม่เต็มบาท....จริงเหรอวะ

            กูว่าแม่งเพ้อๆว่ะ ไอ้คิมเนี่ย

            ไอ้เนี่ย กูเคยเห็นมันตอนสอบ สอบอยู่ดีๆแม่งก็ลุกออกนอกห้องไปเฉยเลย....จารย์ห้ามมันก็ไม่ฟัง

            ….

            เมื่อบุ๊คเห็นท่าทางไม่ดีจึงรีบตะโกนแหกปากกลางหอประชุม   พล่ามอะไรกันวะ!! หุบปากไปเลยไป รำคาญ!!”

            ….แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทันเสียแล้ว....

            คิมรีบดันตัวเองขึ้นจากเก้าอี้  สีหน้าของเขาเริ่มซีด เหงื่อท่วมตัว  เขากำลังเครียด....

            เห้ยคิมมึงอย่าคิดมากสิวะ  ใจเย็นๆ  บุ๊ครีบปลอบเพื่อน ดูเหมือนเขาจะรู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับคิม   พวกแม่งก็ปากดีกันไปงั้นแหละ ปกติมึงไม่เคยสนใจอยู่แล้วไม่ใช่เหรอวะ

            คิมไม่ตอบ เขากระเสือกกระสนตัวเองเพื่อที่จะรีบออกจากแถวของตัวเองให้เร็วที่สุด โดยไม่สนใจเสียงห้ามของอาจารย์  เสียงตะโกนด่าของเพื่อนร่วมระดับชั้น  แม้กระทั่งคนที่ยื่นขามาขวางเพื่อหวังจะขัดขาให้เขาล้ม....

            เสียงพูดคุยด้วยความแปลกใจและเสียงฮือฮาค่อยๆทวีความดังขึ้นอีกในหอประชุมแห่งนี้  มีอาจารย์หลายคนที่ร้องเรียกคิมให้กลับมานั่งประจำที่  แล้วยังมีนักเรียนบางคนตะโกนด่าและแสดงท่าทางล้อเลียน....แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ยิน....

            คิมกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาจากหอประชุมและพยายามพาตัวเองลงบันไดหินอ่อนขัดเงาอย่างดี….เขาใช้ราวบันไดเหล็กเคลือบทองเพื่อพยุงไม่ให้ล้มคว่ำตกลงไปข้างล่าง....

            ....สติสัมปชัญญะของคิมใกล้จะเลือนลางเต็มที....เขาเริ่มมองทางไม่เห็น  ภายในหัวของเขากำลังหมุนเหมือนเครื่องซักผ้าที่กำลังเปิดระบบปั่นแห้ง  

            ถ้าใครมาพบคิมตอนนี้ก็คงรู้สึกเหมือนกำลังเจอกับคนสติไม่สมประกอบที่ตาบอดซึ่งกำลังหนีอะไรบางอย่าง....เขาคนนั้นกำลังล้มลุกคลุกคลานอยู่ในอาคารใหญ่หรูหราที่เป็นหน้าเป็นตาของโรงเรียนแห่งนี้....  

            ทุกอย่างมืดสนิท  สายตาของเขาปราศจากการมองเห็นโดยสิ้นเชิง....เส้นขนทุกเส้นบนร่างกายต่างพากันชูชันขึ้นโดยมิได้นัดหมาย....ความรู้สึกชาเริ่มไล่ขึ้นมาจากปลายเท้า....ลำไส้ของเขากำลังบิดเป็นเกลียว....

            คิมพยายามใช้ความจำและสติทั้งหมดที่มีเพื่อนึกถึงสถานที่ๆเขาจะไป....และเขาต้องไปให้ถึงก่อนที่   มัน   จะเกิดขึ้น....เป็นตายร้ายดียังไงเขาก็ไม่ยอมให้ใครมาเห็นตัวเองในสภาพนั้นเด็ดขาด เขาเดินไปตามความจำเท่าที่พอนึกได้และใช้มือไล่สัมผัสไปตามผนังของตึก โชคดีที่มือไปถูกเข้ากับวัตถุบางอย่างและเมื่อลองสัมผัสดูจะรู้ว่ามันคือลูกบิดประตู....ซึ่งก็เป็นที่แน่นอนว่า ประตูทุกบานทั่วทั้งตึกนี้....ประตูที่ใช้ลูกบิดธรรมดาคือประตูห้องน้ำอย่างแน่นอน   คิมพุ่งล้มเข้าไปและใช้เท้าถีบเพื่อให้ประตูปิด  เขายันตัวเองขึ้นและล็อคประตู....จากนั้นจึงจัดแจงถอดกางเกงของตัวเองอย่างทุลักทุเลแล้วโยนมันไปยังมุมพื้น

            คิมนอนขดอยู่บนพื้นด้วยความทรมาน  มือทั้งสองข้ามกุมแน่นอยู่บนท้องซึ่งกำลังปวดมวนอย่างหนัก....เสียงของลมหายใจและเสียงหอบอันแหบแห้งค่อยๆแตกซ่านราวกับคนที่ใกล้หมดลม....

            เขารู้ตัวดีว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง....  มัน   ….กำลังจะมา....

            บัดนี้....เด็กหนุ่มผู้อับโชคกำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่สามารถหาคำตอบได้....ไร้ทฤษฎีใดรองรับ....ไร้ตรรกะ....มันเผาผลาญทั้งร่างกาย จิตใจ และดวงวิญญาณ  เขาไม่อาจปฏิเสธมันได้....ตลอดชีวิต 18 ปีที่ใช้ชีวิตมาจนถึง ณ เวลานี้....เขารู้จักกับความทรมานนี้มาตั้งแต่จำความได้....

            ….

 

 

Prologue

posted on 08 Apr 2010 23:58 by chamokung  in My-Novel

Prologue…

เราคือใคร ?

เราเกิดมาเพื่ออะไร ?

ทำไมเราจึงต้องเกิดมา ?

ยังมีคำถามประเภทนี้อีกมากมายที่มนุษย์นับล้านบนโลกใบนี้ยังให้คำตอบที่เป็นรูปธรรมไม่ได้....หลายคำตอบนั้นคลุมเครือ  และทิศทางของคำตอบนั้นมีนับไม่ถ้วน  ล้วนแล้วแต่เป็นคำพูดที่มนุษย์นั้นอ้างอิงจากหลายปัจจัย หลายบริบท  หลายเหตุการณ์  จนเกิดเป็นการรังสรรค์ประโยคจรรโลงใจต่างๆมากมายที่ช่วยให้ผ่อนคลายจากข้อสงสัยลงได้ในระดับหนึ่ง....

คิมคือวัยรุ่นคนหนึ่งซึ่งชอบมองโลกในแง่ร้ายมาตั้งแต่เด็ก  จิตใจและสัญชาตญาณของเขานั้นถูกปลุกปั้นขึ้นมาด้วยจิตใต้สำนึกอันหมองหม่น  ประกอบกับเหตุการณ์ต่างๆที่เค้าได้พบเจอทั้งกับตัวเองและคนรอบข้าง  ในบางครั้ง....เขาเรียนรู้ที่จะยอมรับ  และปลงในสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า  การป้องกันทางจิตใจที่คล้ายกับการปิดกั้นความรู้สึกไม่ให้รับรู้ซึ่งทุกอย่างนั้นกลายเป็นระบบอัตโนมัติที่จะทำงานทันทีเมื่อพบเจอกับสิ่งเร้าที่กระทบกระเทือนความรู้สึกภายในให้เจ็บช้ำ....

คิมกลายเป็นคนที่ดูแปลกพิกลในสายตาของเพื่อนและคนใกล้ชิด  เขาเหมือนคนบ้ากลายๆที่ขี้โรคและแลดูเกียจคร้าน....

เขาเป็นมนุษย์ที่อ้าแขนรับความเครียดและความทุกข์ใจดุจมิตรสหาย  ปรับเปลี่ยนความรู้สึกของตนเองอย่างดื้อๆในขณะที่คนทั่วไปนั้นยากที่จะทำได้….

 

....เขากดความรู้สึกของตัวเองลงชักโครก....